ร้อยไหมโครงตาข่าย Tesslift Soft

ร้อยไหม

ร้อยไหมโครงตาข่าย Tesslift Soft

“ไหมโครงตาข่าย” เป็นนวัตกรรมการร้อยไหมที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการยกกระชับ ปรับรูปหน้าเรียวโดยไม่อยากผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งในปัจจุบันมีการผลิตและพัฒนาไหมออกมาหลากหลายชนิด หลากหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น ไหมล็อค ไหมก้างปลา ไหมเรียบ ไหมทอร์นาโด ไหมมิ้นท์ ไหมกุหลาบ ซึ่งคุณสมบัติของไหมแต่ละชนิดจะแตกต่างกันออกไปค่ะ 


ที่สุดของเทคโนโลยีแห่งการยกกระชับ “ไหมโครงตาข่าย”

“ไหมโครงตาข่าย” เป็นนวัตกรรมการร้อยไหมที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการยกกระชับ ปรับรูปหน้าเรียวโดยไม่อยากผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งในปัจจุบันมีการผลิตและพัฒนาไหมออกมาหลากหลายชนิด หลากหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น ไหมล็อค ไหมก้างปลา ไหมเรียบ ไหมทอร์นาโด ไหมมิ้นท์ ไหมกุหลาบ ซึ่งคุณสมบัติของไหมแต่ละชนิดจะแตกต่างกันออกไปค่ะ ในบทความนี้จะขอพาไปทำความรู้จักกับไหมโครงตาข่ายกันนะคะ

ที่สุดของเทคโนโลยีแห่งการยกกระชับ “ไหมโครงตาข่าย”


 ไหมโครงตาข่าย คืออะไร

ไหมโครงตาข่าย คือไหมละลายที่ทำมาจากวัสดุ PDO (Polydioxanone) มีเงี่ยงลักษณะคล้ายก้างปลา แบบ 3D เป็นแกนหลักด้านใน และโครงตาข่ายล้อมรอบเส้นไหมทั้ง 360 องศาอีกชั้นหนึ่งค่ะ ส่งผลให้เส้นไหมมีความแข็งแรง สามารถเกาะเนื้อเยื่อผิวได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับไหมชนิดอื่น นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอิ่มฟู ยกกระชับได้ดี และคงผลลัพธ์ได้นานขึ้นอีกด้วยค่ะ


ลักษณะของไหมโครงตาข่ายเป็นอย่างไร

ไหมโครงตาข่าย (Mesh Scaffold Thread Lift) เป็นไหมชนิดแรกของโลกที่ใช้หลัก Biomedical engineering สร้างไหมเป็นรูปแบบโครงตาข่าย (Mesh treads) เพื่อให้สามารถเกาะยึกเนื้อเยื่อผิวได้ดียิ่งขึ้น

  • วัสดุที่ใช้ในการผลิตไหมโครงตาข่าย
    ผลิตจากวัสดุ PDO (Polydioxanone) เส้นไหมสีน้ำเงิน มีเงี่ยงรอบเส้นไหม และถูกคลุมด้วยไหมเส้นใยตาข่ายรอบด้าน มีความแข็งแรงมากกว่าไหมเงี่ยงทั่วไปถึง 80 เท่า ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้มากขึ้น ส่งผลให้แก้มที่หย่อนคล้อยเกิดการยกกระชับได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับรูปหน้าเรียว และสามารถร้อยบริเวณหางตา หนังตา เพื่อแก้ปัญหาหางตาตก หนังตาตก ได้อีกด้วยค่ะ 

อย่างไรก็ตามปัญหาหางตาตก และหนังตาตกสามารถแก้ไขได้ด้วยการศัลยกรรมด้วยนะคะ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมคลิก

  • ลักษณะโครงตาข่ายที่หุ้มรอบเส้นไหม
    โครงตาข่ายที่หุ้มรอบเส้นไหมผลิตจากการสังเคราะห์เส้นใยพอลิเมอร์เส้นเดี่ยว แล้วนำมาทอแบบพิเศษให้เป็นโครงตาข่าย เมื่อร้อยเข้าชั้นผิวหนัง ไหมจะกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ได้รอบทิศทาง และเนื้อเยื่อ คอลลาเจน อิลาสตินที่ร่างกายสร้างขึ้นมาใหม่สามารถแทรกเข้าช่องว่างของตาข่ายได้ ส่งผลทำให้เกิดการประสานเนื้อเยื่อและเกิดแรงยึดเกาะของผิวกับเส้นไหมได้มากขึ้น จะเห็นว่าผิวจะถูกดึงกระชับได้เร็ว ผิวเฟิร์มขึ้น และอยู่ได้นานมากขึ้นเมื่อเทียบกับไหม PDO ชนิดอื่น ๆ นั่นเองค่ะ

ไหมโครงตาข่าย อันตรายไหม

ไหมโครงตาข่าย เป็นไหมละลายวัสดุ PDO ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์มาย่างยาวนาน นำเข้าโดยบริษัท Edencolors Thailand Co.,LTD ผ่านการรับรองโดยสำนักงานอาหารและยาประเทศเกาหลี (Korean FDA) และ สำนักงานอาหารและยาประเทศไทย (Thai FDA) หากเลือกทำกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญมากประสบการณ์ รวมถึงเลือกทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน ก็สามารถมั่นใจได้เลยว่า การร้อยไหมด้วยวัสดุชนิดนี้นั้นปลอดภัยแน่นอนค่ะ


ไหมโครงตาข่าย VS ไหมชนิดอื่น ต่างกันอย่างไร ?

ไหมโครงตาข่ายจะมีตาข่ายล้อมรอบเส้นไหมค่ะ แต่ไหมที่มีเงี่ยงแบบอื่น เช่น ไหมล็อค (barbed thread) ไหมก้างปลา จะเป็นเส้นไหมที่มีเงี่ยงเหมือนแกนกลางของไหมโครงตาข่าย แต่จะไม่มีตาข่ายปกคลุมรอบเส้นไหมนั่นเอง

อย่างไรก็ตามไหมมิ้นท์ (MINT LIFT) หรือ ไหมกุหลาบ เป็นไหมที่ผลิตเงี่ยงมาพร้อมกับการขึ้นรูปเส้นไหม ไหมชนิดนี้ก็ไม่มีตาข่ายคลุมรอบเส้นไหมเช่นเดียวกันค่ะ

นอกจากนี้ ไหมโครงตาข่าย ก็แตกต่างจากการร้อยไหมคอลลาเจน ไหมเกลียว ไหมเรียบ ที่เป็นไหมเส้นตรงยาว ไม่มีเงี่ยงหรือส่วนที่แยกออกมาจากแกนกลางไหม ซึ่งไหมเหล่านี้มักนิยมนำมาใช้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในจุดเล็ก ๆ เพื่อเติมเต็มร่องริ้วรอยต่าง ๆ เท่านั้นค่ะ


ข้อดีของการร้อยไหมโครงตาข่าย

ข้อดีของการร้อยไหมโครงตาข่าย

  • เงี่ยงไหมที่มีลักษณะคล้ายก้างปลาจะเกี่ยวดึงผิวขึ้นได้ทันที เห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำทันทีหลังทำหัตถการ
  • เป็นไหมละลาย สามารถละลายได้หมด 100% ตามระยะเวลา ไม่มีส่วนผสมของโลหะ ไม่มีสารตกค้าง ไหมวัสดุ PDO ได้รับการรับรองจากอย.ทั้งไทยและต่างประเทศ ปลอดภัยแน่นอนค่ะ
  • หลังไหมละลายหมด จะเหลือเส้นใย elastin ที่ร่างกายเราสร้างขึ้นมาซึ่งช่วยประคองผิวต่อได้
  • ช่วยยกพยุงผิวได้คล้ายเส้นเอ็นที่อยู่บนใบหน้าตามธรรมชาติ ทำให้ดูยกกระชับขึ้น
  • ถ้าร้อยไหมโครงตาข่ายกับแพทย์ที่มีความชำนาญ และร้อยด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง โอกาสเกิดการบวมช้ำน้อยมากค่ะ
  • สำหรับการร้อยยกแก้มอยู่ได้นาน 8-12 เดือน ส่วนยกหางตาจะอยู่ได้ 4-5 เดือน ซึ่งนับว่าการร้อยไหมโครงตาข่ายนั้นสามารถอยู่ได้นานกว่าไหมก้างปลา PDO แบบอื่น ๆ ค่ะ

ร้อยไหมโครงตาข่าย ตำแหน่งไหนได้บ้าง 

  • แก้ม กรอบหน้า
  • แก้มตอบ
  • ผิวที่ไม่กระชับ หย่อนคล้อย
  • หางตา Foxy eyes
  • หนังตา เปลือกตา
  • จมูก ปีกจมูก สันจมูก

ไหมโครงตาข่าย เหมาะกับใคร

ไหมโครงตาข่าย เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ที่มีแก้มหย่อนคล้อยตามวัย ต้องการปรับรูปหน้าเรียว ไหมโครงตาข่ายจะช่วยให้แก้มที่หย่อน ยกกระชับขึ้นมากขึ้นค่ะ
  • เหมาะกับผู้ที่มีแก้มตอบ ผิวขาดคอลลาเจน ไขมันเนื้อแก้มน้อย ไหมโครงตาข่ายจะช่วยสร้างคอลลาเจนได้ดี แก้มตอบเต็มขึ้น ใบหน้าดูเรียวค่ะ
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวที่ไม่กระชับ เกิดความหย่อนคล้อยบางจุด เช่น หน้าผาก ร่องแก้ม ร่องมุมปาก สามารถร้อยไหมโครงตาข่ายเสริมกับการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มร่องลึกได้ค่ะ
  • เหมาะกับผู้ที่มีตาตก หางตาตก ต้องการยกหางตาเพิ่มความสดใสให้ใบหน้า
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหนังตาตก เปลือกตาตก หย่อนคล้อย ใบหน้าดูเศร้า สามารถใช้การร้อยไหมโครงตาข่ายเพื่อยกหนังตา ดวงตากลมโต ดูสดใสขึ้น
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความคมชัดของสันจมูก ลดปีกจมูก โดยต้องใช้ไหม Tesslift soft สำหรับจมูกโดยเฉพาะค่ะ

เทคนิคการร้อยไหมโครงตาข่าย

การร้อยไหมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี นอกจากการเลือกชนิดของไหมที่เหมาะสมกับปัญหาแต่ละบุคคลแล้ว ขั้นตอนหลัก ๆ ของการร้อยไหมก็นับว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ ซึ่งในส่วนของขั้นตอนวิธีการร้อยไหมมีดังนี้ค่ะ

  • แพทย์จะประเมินปัญหาของแต่ละเคสและวางแนวทางการร้อยไหมก่อน 
  • จากนั้นจะทำการระงับอาการเจ็บปวดด้วยการฉีดนาชา
  • เมื่อบริเวณที่ฉีดยาชานั้น ชาได้ที่แล้ว แพทย์จะเริ่มสอดเข็มที่มีไหมโครงตาข่ายเข้าไปยังชั้นใต้ผิว (Subcutaneous layers)
  • ดึงเข็มกลับทิศทางเดิมและวางแนวไหมจนถึงตำแหน่งที่ต้องการ จะเกิดตำแหน่งขนานกันของเส้นไหม เรียกว่า Double Parallel positioning of 3D mesh ในบริเวณที่ขนานกันนี้จะเกิดการสร้างเนื้อเยื่อผิวขึ้นมาใหม่รอบทิศทาง ทำให้เส้นไหมยึดเกาะกับผิวได้ดียิ่งขึ้น 
  • ดึงเข็มออกจนพ้นชั้นบนของผิว เพื่อเตรียมการร้อยในแนวที่ 2 ค่ะ
  • สอดเข็มกลับเพื่อนำเส้นไหมส่วนที่เหลือเข้าชั้นผิว จะทำให้เกิดแนวไหมอีกแนวหนึ่ง
  • ดึงเข็มออกจนพ้นชั้นบนของผิวอีกครั้ง จะทำให้เกิดจุดที่เส้นไหมขนานกัน 3 เส้น เรียกว่า Triple Parallel positioning of 3D mesh เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการตรึง และการวางไหมลักษณะนี้มีส่วนสำคัญทำให้เกิดการกระจายแรงของเส้นไหมทั้งเส้น ส่งผลให้คนไข้รู้สึกตึงหรือเจ็บน้อยลง เบาสบายผิวมากขึ้นค่ะ

ร้อยไหมโครงตาข่าย แต่ละจุดใช้ไหมจำนวนกี่เส้น ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม

ร้อยไหมโครงตาข่าย แต่ละจุดใช้ไหมจำนวนกี่เส้น ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม

ผลลัพธ์ของการร้อยไหมชนิดนี้จะสามารถคงสภาพอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ค่ะ เนื่องจากเป็นผลลัพธ์จากการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวจากตัว อย่างไรก็ตามในส่วนของการร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้าในแต่ละจุด จะมีการใช้จำนวนไหมที่แตกต่างกัน ดังนี้ค่ะ

  • ยกหน้าเรียว เก็บกรอบหน้า กระเปาะแก้ม ใช้ไหม 1-3 เส้น
  • ยกมุมปาก เก็บร่องแก้ม ร่องมุมปาก ใช้ไหม 4-5 เส้น
  • เก็บกรอบหน้าด้านล่าง ลดเหนียง ใช้ไหม 6-7 เส้น

ร้อยไหมโครงตาข่ายเห็นผลกี่วัน

การร้อยไหมจะเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงทันที เช่นเดียวกับไหมก้างปลาแบบทั่วไป แก้มที่มีความหย่อนคล้อยจะดูยกขึ้น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก จะดูตื้นขึ้นเพราะแรงดึงของเส้นไหม แต่หลังจากร้อยไหม 3-4 ชั่วโมง อาจมีอาการบวมเพิ่มมากขึ้น ต้องรอประมาณ 7-14 วันเพื่อให้ยุบบวมเต็มที่จึงจะเห็นผลชัดขึ้นครับ

อย่างไรก็ตามหลังร้อยไหมตาข่าย เส้นไหมจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ผิวจะค่อย ๆ เฟิร์มกระชับขึ้น ผลการร้อยไหมตาข่าย จะเห็นได้ชัดเจนที่สุดประมาณ 1 เดือนค่ะ ทั้งนี้แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังร้อยไหมอย่างเคร่งครัดนะคะ เพื่อคงผลลัพธ์ได้นานยื่งขึ้นค่ะ


ทำไมต้องร้อยไหมที่ The VOGUE Clinic

ทำไมต้องร้อยไหมที่ The VOGUE Clinic

  • ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์ด้านความงามมากกว่า 10 ปี
  • ไหมที่ใช้ผ่านมาตรฐาน อย.ทั้งไทย และต่างประเทศ
  • เครื่องมือสะอาด ปลอดเชื้อ Sterile area
  • รับรองมาตรฐานการรักษาและความปลอดภัยจาก AACI สหรัฐอเมริกา

การดูแลหลังไหมโครงตาข่าย

  • งดการอ้าปากกว้าง ๆ เช่น การแปรงฟันแรง ๆ หรือ การอ้าปากทำฟัน  ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงการดึงรั้งของเส้นไหมในผิว ในช่วง1เดือนแรก
  • งด หรือ หลีกเลี่ยง การสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ เพราะเป็นตัวการทำร้ายผิว ทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น
  • งดนวดหน้าหรือทำทรีทเม้นต์  ในระยะ 14 วันหลังร้อยไหม หรือ 48 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
  • แนะนำให้ดื่มน้ำปริมาณมากๆ ประมาณ 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยให้ผิวเต่งตึง สุขภาพดี และรักษาสภาพผิวให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ

รีวิวร้อยไหมโครงตาข่าย

 

รีวิวร้อยไหมโครงตาข่าย
รีวิวร้อยไหมโครงตาข่าย
รีวิวร้อยไหมโครงตาข่าย
รีวิวร้อยไหมโครงตาข่าย

 

 


ความงามที่เกี่ยวข้อง