ฝ้าและกระเป็นปัญหาที่หลายคนหันมาสนใจกัน วันนี้เรามาเรียนรู้กันดีกว่าว่าปัญหาฝ้าและกระ สามารถแก้ได้อย่างไรบ้าง และครีมกันแดด จะช่วยรักษาฝ้า กระ ได้มากแค่ไหน
ฝ้า กระ สาเหตุและวิธีการแก้ปัญหา
ฝ้า กระ คืออะไร สาเหตุการเกิดฝ้า กระ
ฝ้า กระ เกิดจากการรังสี UV ที่เราเผชิญในทุกวัน เมื่อผิวได้รับรังสี UV เพิ่มขึ้น เม็ดสีเมลานินจะถูกผลิตให้เพิ่มมากขึ้น เป็นสาเหตุหลักที่เกิดฝ้า กระ
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายก็เป็นเหตุทำให้เกิดฝ้า กระด้วย เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอก็อาจส่งผลให้เกิดฝ้าได้ด้วย
ฝ้าและกระเป็นสิ่งต่างกัน เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอม สี ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง โดยฝ้าจะมีลักษณะเป็นปื้นและมีขนาดใหญ่กว่า
ในขณะที่กระจะเป็นจุดเล็กๆ มีขอบชัดเจนมากขึ้น การรักษาฝ้าและกระจะต้องใช้วิธีที่แตกต่างกันตามลักษณะของสิ่งเหล่านี้ด้วยความชำนาญของแพทย์และการปกป้องผิวที่ดี
-
ฝ้า Melasma คืออะไร
ฝ้า หรือ Melasma เป็นแผ่นปื้นสีหรือจุดสีบนผิวหนังที่มีหลากหลายขนาด สีและรูปร่าง ซึ่งอาจเกิดขึ้นที่ชั้นหนังแท้หรือชั้นหนังกำพร้า ซึ่งฝ้าสามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ
- ฝ้าตื้น เป็นชนิดที่เกิดขึ้นในชั้นหนังกำพร้า
- ฝ้าลึก เป็นชนิดที่เกิดขึ้นในชั้นหนังแท้ มักมีสีน้ำตาลผสมเทาเข้ม และมักจะรักษาหายยากกว่าฝ้าแบบตื้น
- ฝ้าผสม เป็นชนิดที่มีลักษณะของฝ้าตื้นและฝ้าลึกผสมกัน ซึ่งมักกระจายกันไปทั่วทั้งใบหน้า

-
กระ Freckles คืออะไร
กระ Freckles คือจุดหรือปื้นสีที่เป็นผลจากการเกิดของเม็ดสีบนผิวหนัง มักเป็นจุดเล็กๆ กลมๆ ที่มีขอบชัดเจน ส่วนใหญ่พบได้บนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้มและหน้าผาก
บางครั้งอาจพบบริเวณลำคอ แขน หรือขาด้วย สีของกระอาจมีความแตกต่างตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้มชัด โดยมีลักษณะแบ่งออกเป็น 4 ชนิดหลักๆ คือ กระตื้น กระลึก กระเนื้อ และกระแดด โดยลักษณะแต่ละชนิดจะมีลักษณะและสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป

ฝ้า กระ เกิดจากอะไร
ฝ้าและกระไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากแสงแดดเท่านั้น ส่วนใหญ่มักเกิดจากรังสี UVA / UVB ที่ผิวของเราโดนรังสีโดยตรงเป็นเวลานาน ฝ้าและกระยังสามารถเกิดขึ้นจากการมีฮอร์โมนผิดปกติในร่างกายและการแพ้เครื่องสำอางได้ด้วยค่ะ
การนั่งทำงานจอคอมพิวเตอร์เป็นประจำหรือผิวหน้าโดนแสง UVA / UVB อยู่ตลอดทั้งวันนั่นก็ทำให้เกิดได้ แสงสว่างจากคอมพิวเตอร์จะทำให้เกิดความร้อนสะสมอยู่รอบๆ ผิวเรา
การปกป้องผิวหนังด้วยการใช้ครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดการเกิดฝ้าและกระได้ด้วย แต่ยังไม่สามารถปกป้องได้ 100%

การเลเซอร์รักษาฝ้า กระเป็นเรื่องความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากฝ้า กระบนใบหน้าสามารถก่อให้เกิดสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองได้ รบกวนสายตาแก่ผู้มองเข้ามา หลายๆ คนจึงหันมาสนใจดูแลใบหน้ากันมากขึ้น
การใช้ครีมรักษาและเลเซอร์ในคลินิกเสริมความงาม เป็นวิธีการรักษาที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันค่ะ ซึ่งหากต้องการผิวหน้าที่กระจ่างใสและสมวัยมากขึ้น การรักษากระเป็นสำคัญอย่างยิ่งค่ะ เพราะมันช่วยลดโอกาสในการต้องแต่งหน้าปกปิดเพื่อซ่อนกระและให้ผิวหน้าดูสม่ำเสมอมากขึ้นค่ะ
ฝ้า กระ ต่างกันอย่างไร
ฝ้าและกระ มีลักษณะแตกต่างกัน มีสีตั้งแต่อ่อนจนถึงเข้มมาก เป็นสีน้ำตาลหรือเทาเข้มหรือสีอื่นๆ ขึ้นอยู่ว่าฝ้า กระที่เกิด เกิดบริเวณผิวหนังชั้นไหน และความตื้นลึกของรอยบนใบหน้า
-
ฝ้า เป็นแผ่นหรือจุดสีที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง มักเป็นสีน้ำตาลหรือดำ ส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่กว่ากระ มักเกิดจากการเผชิญกับแสงแดดหรือฮอร์โมนในร่างกาย
-
กระ เป็นจุดเล็กๆ มีขอบชัดเจน มักเป็นสีน้ำตาลอ่อนหรือเข้ม กระจะกระจายอยู่ทั่วใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้มและหน้าผาก มักเกิดจากการรับแสงแดดโดยตรง

การรักษาฝ้า แดงบนใบหน้า
การแก้ไขปัญหาฝ้าและกระ วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีดูแลใบหน้าเบื้องต้น ที่สามารถทำเพื่อลดหรือกำจัดฝ้าและกระได้
-
การใช้ครีมรักษา ครีมที่มีส่วนผสมที่ช่วยในการลดการผลิตเม็ดสีเมลานิน และการปกป้องผิวจากรังสี UV จะช่วยลดการเกิด
-
การใช้ครีมทาปิดฝ้าและกระ ครีมทาปิดรอยฝ้าหรือกระสามารถช่วยปกปิดและทำให้รอยฝ้าหรือกระไม่โดนสังเกตเป็นอย่างมาก
-
การใช้เลเซอร์ เลเซอร์เป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพในการลดหรือกำจัดฝ้าและกระ โดยการกระตุ้นเม็ดสีบนผิวหนังเพื่อให้กลับคืนสู่สภาพปกติ
-
การใช้การรักษาทางเคมี บางครีมรักษาสามารถใช้สารเคมีเพื่อช่วยลดการผลิตเม็ดสีเมลานินได้ค่ะ โดยการใช้สารออกซิเจนหรือเกรดความเข้มข้นของกระหรือฝ้า
-
การป้องกัน การป้องกันผิวหนังจากการรับแสง UV โดยการใช้ครีมกันแดดทุกวัน และการใส่หมวกหรือใช้ร่มสำหรับป้องกันอาทิตย์ก็สามารถช่วยลดโอกาสในการเกิดฝ้าและกระได้ค่ะ
ครีมกันแดดช่วยดูแลใบหน้าจากแสงแดด
การใช้ครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันฝ้าและกระอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะครีมกันแดดช่วยปกป้องผิวหน้าจากรังสี UV ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดฝ้าและกระได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การใช้ครีมกันแดดสามารถช่วยลดความเข้มข้นของฝ้าและกระ และป้องกันไม่ให้เกิดฝ้าและกระใหม่ได้ด้วย
นอกจากนี้ การป้องกันฝ้าและกระยังควรระมัดระวังในการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และควรหลีกเลี่ยงการอยู่ภายใต้แสงแดดโดยตรงในช่วงเวลาที่มีแสงแดดแรงๆ
ด้านรังสี UV มีความอันตรายต่อผิวหนังอย่างมาก รังสี UVB เป็นส่วนที่ทำให้ผิวหนังได้รับการทำให้แดง และเป็นสาเหตุของการเผชิญกับภัยจากแสงแดด เช่น การไหม้ผิว ในขณะที่รังสี UVA เป็นส่วนที่เข้าสู่ผิวหนังลึกขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฝ้าและกระค่ะ
สำหรับการเลือกใช้ครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวหน้า ควรเลือกครีมที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวหน้าจากรังสี UVB และ UVA โดยเฉพาะครีมที่มี SPF สูงพร้อมสารป้องกันอื่นๆ การปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดให้เห็นผล ต้องทากันแดดอย่างถูกวิธี
เลเซอร์ฝ้า เลเซอร์กระ
การใช้เลเซอร์ในการรักษาฝ้าและกระเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการปรับปรุงสภาพผิวหน้า โดยเลเซอร์สามารถทำให้ผิวหน้าดูสว่างขึ้น ลดความเข้มข้นของฝ้าและกระ และเพิ่มความเรียบเนียนของผิวหน้าได้ค่ะ

การทำเลเซอร์ในการรักษาฝ้าและกระจะใช้แสงแลเซอร์ที่มีคลื่นแสงเข้าไปยังเม็ดสีในผิวหนัง เพื่อทำให้เม็ดสีเมลานินที่สร้างฝ้าและกระเกาะติดกับผิวหนังถูกทำลาย โดยทำให้ฝ้าและกระลดลง และผิวหนังก็จะดูสะอาดและกระจ่างใสขึ้น
ควรจะให้การรักษาด้วยเลเซอร์โดยแพทย์ที่มีความชำนาญและประสบการณ์ เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ และหลังจากการรักษาด้วยเลเซอร์ควรใช้ครีมกันแดดและดูแลผิวหน้าอย่างดีเพื่อป้องกันการเกิดฝ้าและกระอีกค่ะ




